Campaign PR ที่ดีจะต้องปั้นให้ User อยากมีส่วนร่วม

Campaign PR ที่ดีจะต้องปั้นให้ User อยากมีส่วนร่วม
อย่างที่เราทราบกันดีว่าในช่วงซัมเมอร์หรือหน้าร้อนเป็นช่วงที่การ PR หรือ Marketing กลุ่มเครื่องดื่มห้ำหั่นกันอย่างหนัก เช่นกันแบรนด์เครื่องดื่มน้ำดำที่อยู่คู่กับคนไทยมานานก็ต้องงัด Campaign PR ออกมาสู้ศึกเช่นกัน

แคมเปญที่อุ้มจะหยิบมาเล่าเรื่องเพื่อเป็น Case Study ถอดให้เห็นแนวคิดชื่อว่า ‘Coca-Cola Share A Coke’

แคมเปญนี้ถือกำเนิดขึ้นมาในปี 2014 และแบรนด์ได้ใช้แคมเปญนี้เป็นจุดเริ่มต้นและต่อยอดมาต่อเนื่องร่วม 5-6 ปี อุ้มจะพาย้อนไปดูวิธีคิดในแบบ การสร้าง Success Campaign PR ในปีแรก

เป้าหมายของแคมเปญนี้คือสร้างให้ Customer Centric ลูกค้าคือศูนย์กลางและต้องการสร้าง Personalized PR และใช้ลูกค้าเป็น PR บอกต่อแบบ ‘Word of Mouth’

จุดเด่นของแคมเปญนี้ คือการที่ลูกค้าสามารถจะพิมพ์ชื่อตัวเองลงบนฉลากของขวดโค้กหรือบนกระป๋องโค้กได้เลย ถือเป็นความแปลกใหม่ที่ผู้คนต่างแห่กันไปซื้อเพราะอยากมีชื่อตัวเองปรากฏบนกระป๋องหรือขวดโค้ก พร้อมกับเมื่อได้มีชื่อแล้วก็จะถ่ายรูปและโพสต์อวดกลุ่มเพื่อน ๆ หรือโพสต์กันยกกลุ่มว่าเรามีชื่อแล้วนะ

อะไรที่สามารถสร้างให้ User Generated ร่วมกับเราได้อย่างสนุกสนาน กระตือรือร้นที่จะร่วม Campaign PR เอง แบบไม่ถูกบังคับ ผลลัพธ์ที่ออกมา คือเป็นแคมเปญที่ประสบความสำเร็จ โด่งดังทั่วโลก ทั้งในแง่ของ Campaign Awareness, Engagement และยอดขาย

สิ่งที่โค้กทำสำเร็จ คือเข้าใจการทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคลและสร้างการ PR แบบบุคคลกระจายสู่วงกว้าง โค้กเข้าใจพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง และปล่อยออกมาเป็นแคมเปญนี้ จนสำเร็จ ได้ทั้งพื้นที่สื่อ ได้รับทั้ง Feedback ที่ Positive ต่อแบรนด์และสร้างยอดขายให้โตเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่ปล่อย Campaign PR นั้น +4% (ข้อมูล % จาก ChatGPT) และก็ใช้แคมเปญนี้เป็นจุดเริ่มต้นต่อยอดสู่แคมเปญ Share อื่น ๆ ในปีต่อไปและกวาดความสำเร็จต่อเนื่อง

thThai