ซื้อโฆษณาเฟซบุ๊กด้วย ‘ภาพ’ หรือ ‘วิดีโอ’ แบบไหนได้ผลลัพธ์ดีกว่ากัน

ซื้อโฆษณาเฟซบุ๊กด้วย ‘ภาพ’ หรือ ‘วิดีโอ’ แบบไหนได้ผลลัพธ์ดีกว่ากัน

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การซื้อโฆษณาบนเฟซบุ๊กสามารถใช้ได้ทั้งภาพและวิดีโอ

หลายคนสงสัยว่า แล้วแบบไหนดีกว่ากัน ส่วนใหญ่ได้ยินเขาบอกกันมาว่า วิดีโอดีกว่า จริงหรือไม่คะ ?

โฆษณาทั้งแบบภาพนิ่งและแบบวิดีโอจะได้รับความสนใจมากหรือน้อย ซื้อโฆษณาได้ผลลัพธ์ดีหรือไม่ดีนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปแบบชิ้นงาน (Format) เพียงอย่างเดียว สิ่งที่สำคัญมากกว่ารูปแบบชิ้นงาน คือ 

1. เนื้อหาหรือคอนเทนต์ในชิ้นงาน

– วางจุดประสงค์ของแต่ละคอนเทนต์อย่างชัดเจน เช่น เน้นขายของ ให้ความรู้ หรือโชว์ผลลัพธ์ด้วยรีวิว เป็นต้น

– เขียนและออกแบบคอนเทนต์ให้น่าสนใจ ตรงตาม Policy Ads

– ซื้อโฆษณาให้ตรงจุดประสงค์ที่วางไว้

2. ลักษณะงานออกแบบ

– หากเป็นงานขายของวิดีโอไม่ควรมีความยาว ที่ยาวจนเกิดนไป 6 วินาทีแรกจะต้อง ‘ฮุค’ กลุ่มเป้าหมายให้อยู่ดูต่อได้

– ภาพมีหลากหลายวิธีการออกแบบ หากเนื้อหาเยอะให้ลองทำให้รูปแบบอัลบั้ม มีปกอัลบั้มที่น่าสนใจ กระตุ้นให้อยากกดอ่านเนื้อหาข้างในอัลบั้มต่อหรือถ้าเป็นคอนเทนต์เปรียบเทียบ อาจะลองทำเป็น Infographic เปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง หรือ Carousel รูปแบบโฆษณาที่เป็น Card Message เลื่อนปัดซ้าน ขวา ได้ เป็นต้น

– ข้อความในภาพต้องไม่เยอะเกินไป จนดูรกและไม่มีจุดเด่นในภาพ

3. เลือกวัตถุประสงค์โฆษณา ให้ตรงกับวัตถุประสงค์คอนเทนต์

– ต้องการสร้างการรับรู้ เป็นคอนเทนต์ให้ความรู้ ก็ควรต้องใช้วัตถุประสงค์การสร้างการรับรู้หรือการมีส่วนร่วม หากนำไปใช้ในการขายก็อาจได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่แพงกว่าคอนเทนต์ที่เน้นขายของ

ดังนั้นไม่ว่าจะ ภาพ หรือ วิดีโอ สิ่งที่สำคัญกว่ารูปแบบ (Format) ก็คือเนื้อหาคอนเทนต์ข้างใน หากไม่น่าสนใจก็จะทำให้นำไปซื้อโฆษณาแล้ว ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็จะไม่เป็นที่น่าพอใจ ในแง่ของการโฆษณาถ้าเรามีทั้งสองรูปแบบอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเลือกว่ารูปแบบไหน ให้ลองใช้ซื้อโฆษณาทั้งสองรูปแบบเลย เพราะยังมีปัจจัยอื่นอีกที่ส่งผลกระทบ เช่น กลุ่มเป้าหมายที่เราเลือก อาจจะเป็นกลุ่มที่ชอบดูวิดีโอมากกว่า หรือในบางช่วงเวลา ระบบโฆษณาเฟซบุ๊กมองว่า การนำส่งโฆษณาแบบภาพดีกว่า ระบบก็จะนำส่งภาพมากกว่า ดังนั้นการมำตัวเลือกให้ระบบได้เลือกนำส่ง ย่อมทำให้การซื้อโฆษณาไหลลื่นได้ดีกว่านั่นเอง