สถิตและแนวโน้ม Content Marketing แบบ B2C สำหรับปี 2021

สถิตและแนวโน้ม Content Marketing แบบ B2C สำหรับปี 2021

B2C หรือ Business-to-Customer คือธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการระหว่างเจ้าของธุรกิจ (😎 และผู้บริโภครายบุคคล(C) โดยแนวโน้มที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดได้ทำรายงานล่าสุด ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานการตลาดของธุรกิจ B2C ทั้งในเรื่องของงบประมาณ ข้อมูลเชิงลึกสำหรับปี 2021 จะช่วยให้นักการตลาดสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและสามารถวางแผนเพื่อนำไปปรับใช้ในธุรกิจได้ ไปดูกันว่ามีอะไรใหม่ ๆ ในปีนี้บ้าง


1. 
งบประมาณธุรกิจ B2C มากกกว่า 80% ยังเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2020
การตลาดแบบ B2C ส่วนใหญ่ยังคงมีงบประมาณคงที่หรือเพิ่มขึ้นในปีที่แล้ว อาจเป็นเพราะสถานการณ์ไม่ปกติที่ผ่านมา ทำให้จุดนี้ผู้บริโภคอาจมีรายได้ที่เหลือมากขึ้น จากการใช้จ่ายในปี 2020 เพราะมีการเดินทางและกิจกรรมน้อยลง และ Insight นี้นักการตลาดควรวางแผนที่ดีสำหรับปี 2021 โดยอาจใช้งบประมาณไปกับแคมเปญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ และมุ่งเน้นการทำการตลาดออนไลน์เพิ่มขึ้น
2. ความแข็งแกร่งของ Content Marketing

โดยเฉลี่ยแล้วแนวทางปฏิบัติการด้านการตลาดและเนื้อหาทางการตลาดที่จะถูกส่งออกไปนั้น มีมูลค่ามหาศาล ดังนั้นการสร้างสรรค์เนื้อหาและทบทวนจึงเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดอย่างหนึ่งในปี 2564 และเป็นส่วนสำคัญที่ต้องวางแผนให้ดี
3. 49% ของธุรกิจ B2C สรรหาผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดเฉพาะทาง
แม้ว่าองค์กรส่วนใหญ่จะคงขนาดทีมไว้ราว 40% แต่กิจกรรมทางการตลาดบางอย่าง อาจต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะบุคคล และเลือกที่จะจ้างบุคคลภายนอกหรือฟรีแลนซ์เข้ามาร่วมสร้างสรรค์ โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็กที่เลือกจ้างงานแบบพาร์ทไทม์เพื่อให้เหมาะกับกิจกรรมในแต่ละโปรเจกต์ ซึ่งอาจให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เช่นการจ้างออแกไนซ์จัดอีเว้นท์ หรือการจ้างทีมประชาสัมพันธ์ที่เชี่ยวชาญ ไม่เว้นแม้แต่ทีมกราฟิกก็ตาม
4. 75% คือหน้าที่ของฟรีแลนซ์
เหตุผลหนึ่งของการที่ธุรกิจ B2C จ้างฟรีแลนซ์เป็นเพราะความกระชั้นชิดของเวลา แต่เนื้อหาการตลาดที่จะส่งออกไปก็ต้องมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจด้วย ดังนั้นเรื่องความเชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งสำคัญ การแสวงหาเอาท์ซอร์สที่มีความเชี่ยวชาญจะทำให้เพิ่มมูลค่าทางการตลาดสำหรับแมสเซสที่จะถูกส่งออกไปยังผู้บริโภค
5. การเปลี่ยนแปลงหลังเหตุการณ์โรคระบาด
องค์กรส่วนใหญ่เปลี่ยนกลยุทธ์การกำหนดเป้าหมาย แมสเซส หรือ แผนการตลาด แต่มีเพียง 34% ที่ทำการวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอีกครั้ง ซึ่งต้องยอมรับในข้อที่ว่าผู้บริโภคบางกลุ่มอาจมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อ เช่น การเปลี่ยนมาซื้อสินค้าในระบบออนไลน์มากขึ้น นักการตลาดต้องทำการบ้านว่าจะรักษาความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับผู้ซื้อไว้อย่างไรด้วยเครื่องมือในการทำการตลาดที่เหมาะกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด
6. การปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะกับสถานการณ์
ในปีนี้วิดีโอและการไลฟ์ยังคงเป็น Content ยอดนิยมที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ จากรายงานระบุว่า การไลฟ์, การสัมมนาผ่านเว็บไซต์และหลักสูตรออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 39% จาก 27% และการถ่ายทอดสดหรือไลฟ์เพิ่มขี้นเป็น 35% จาก 13% นี่เป็นเหตผลที่ Clubhouse มาแรงตั้งแต่หัวปีเลยทีเดียว ดังนั้นนักการตลาดต้องรู้เท่าทันและปรับให้เร็วตามกระแส
7. โซเชียลมีเดียยังคงโดดเด่น
ตามรายงานโซเชียลมีเดียยังคงมาแรงไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา แต่มีข้อมูลที่น่าสนใจในปีนี้คือการใช้งาน Instagram เพิ่มขึ้น 81% จาก 74% และ Youtube ที่เพิ่มขึ้น 72% จาก 62% ซึ่งอันที่จริงข้อมูลนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลก แต่ก็ต้องจับตาว่าแพลตฟอร์มอย่าง Tiktok ที่เพิ่งเปิดให้มีการสร้างโฆษณาโดยมุ่งเป้าไปที่ธุรกิจขนาดเล็ก หรือ Clubhouse ที่กำลังเป็นที่สนใจจะเป็นแพลตฟอร์มที่ผลักดันให้กับธุรกิจ และเป็นดาวเด่นสำหรับผู้ประกอบการในการลงทุนงบประมาณการตลาดได้มากแค่ไหน เรื่องนี้ต้องจับตามองให้ดี

สรุปง่าย ๆ ก็คือ การทำการตลาดของธุรกิจแบบ B2C คือ การสื่อสารโดยตรงไปถึงผู้บริโภค ดังนั้นความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคในทุกมิติจึงเป็นสิ่งสำคัญที่นักการตลาดต้องมีแผนในการรองรับไว้เสมอ

.
Media Channel: @storynowTH
Contact us:
storynowth@gmail.com
.
#storynowTH