การสื่อสาร ช่วยให้ยอดขายเติบโตเหมือนโฆษณา จริงหรือไม่?

การสื่อสาร ช่วยให้ยอดขายเติบโตเหมือนโฆษณา จริงหรือไม่?

หากมีสินค้าที่ต้องการยอดขายถล่มทลาย ซึ่งนั้นคือธรรมดาของการค้า และธุรกิจ
คำถามคือทำอย่างไรจะตอบโจทย์ลูกค้าในปัจจุบัน
ทางที่ 1 จัดแคมเปญ? ทำกิจกรรมให้ลูกค้าร่วมสนุก?
ทางที่ 2 ทำการโฆษณาไปในทุกช่องทางที่มี

แต่คุณเชื่อหรือไม่??? ไม่ว่าจะข้อ 1 หรือข้อ 2 มันจะมีการพีอาร์ การสื่อสาร และประชาสัมพันธ์แฝงอยู่ดี
แล้วจริงหรือที่ทำการสื่อสาร, การพีอาร์ แล้วช่วยให้ยอดขายโต เพราะหลายๆ องค์กรให้ความสำคัญน้อยมาก ทุ่มงบไปกับการโฆษณาโดยเฉพาะในยุคดิจิทัล

อุ้มเองบอกได้เลยว่า
กับการโฆษณาเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นตัวส่งเสริมให้โฆษณาตัวนั้นๆ ประสบความสำเร็จก็ว่าได้ เพราะองค์ประกอบหลักจริงๆ ของโลกการทำงานใบนี้คือ “องค์กร คน งาน และการสื่อสาร” โดยเรื่องที่จะนำมาแบ่งปันกันวันนี้ก็คือการสื่อสารแฝงด้วยการโฆษณา และตอบว่าช่วยยอดขายจริงค่ะ ที่มากไปกว่านั้นสร้าง royalty ให้กับลูกค้าได้ด้วยนะคะ

อุ้มมีผลวิจัยมาเพิ่มให้เป็นข้อมูลค่ะ
(ข้อมูลรีเสริชจาก Moz ผู้ให้บริการทาง online marketing ชื่อดังในสหรัฐ)
จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ (traffic) ที่มากขึ้น ย่อมหมายถึงโอกาสที่สินค้าของคุณจะถูกเห็นมากขึ้น และยิ่งถ้าคุณสามารถเชื่อมโยง content กับ product ของคุณได้อย่างลงตัว หรือการที่คุณสามารถปลุก demand สินค้าผ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้ จะดีแค่ไหน ยกตัวอย่างเช่น หน้าเพจบนเว็บไซต์มี traffic เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 10,000 คลิ๊กการเข้าชม และหน้านั้นมีปุ่มกดซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่คุณนำเสนอ สินค้าราคา 500 บาท หากมีคนกดซื้อเฉลี่ยเพียง 1% ของยอด traffic จะเท่ากับ 500 (ราคาสินค้า) x 100 (จำนวน 1% จาก 10,000) = 50,000 ซึ่งตัวเลขนี้คือรายได้ที่เกิดจากการขายสินค้าตัวนั้นในระยะเวลาหนึ่งวัน และหาก traffic เพิ่มมากขึ้น ลองคิดดูว่ารายได้จากจำนวน traffic เพียงแค่ 1% นั้นจะเพิ่มขึ้นไปมากแค่ไหน และยิ่งถ้าคุณสามารถทำให้สินค้าอีกประเภทที่อยู่อีกหน้าเว็บไซต์ติดอันดับต้นของผลการค้นหา และมีจำนวน traffic รวมถึงอัตราการซื้อที่ตัวเลขเดียวกัน จะสร้างรายได้สะสมจากสินค้าสองประเภทต่อวันได้มากแค่ไหน โดยที่คุณไม่ต้องไปเสียค่าเช่าโฆษณาแผ่นป้ายใหญ่ตามตึกหรือสถานีรถไฟฟ้าที่ไหนเลย

การสื่อสารด้วยการโฆษณา
โดยใช้เครื่องมืออันทันสมัยในการแฝงเนื้อหาของการสื่อสารเข้าไป เป็นการประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีหลากหลายช่องทางด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น

Facebook
Twitter
Instagram
Line
Blog
โดยแต่ละช่องทางก็มีกลุ่มเป้าหมาย และแนวทางในการสร้างคอนเทนต์ให้เชื่อมโยงที่แตกต่างกันไป นอกจากช่องทางข้างต้นแล้ว ในปัจจุบันก็ยังมีหลายๆ เว็บไซต์ที่ช่วยประชาสัมพันธ์งานกิจกรรมต่างๆ ให้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย ในขั้นตอนของการทำประชาสัมพันธ์นั้น เริ่มต้นได้ง่ายๆ เพียง

คุณจะต้อง….

มีการกำหนดหัวข้อที่ต้องการสื่อสารชัดเจน มีจุดประสงค์ชัดเจน ว่า ต้องการประชาสัมพันธ์อะไรออกไปบ้าง กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร ต้องการสื่อสารอะไรไปถึงกลุ่มเป้าหมายนั้นๆ เป็นการเพิ่มยอดขายหรือต้องการเพียงให้ผู้คนสนใจ และจดจำในตัวแบรนด์มากขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ก่อนจะทำการสื่อสารผ่านการโฆษณาต้องจัดเตรียมขึ้น
สำรวจกลุ่มเป้าหมายว่าอยู่ช่องทางใดบ้าง ซึ่งแน่นอนว่า ในยุคนี้มีให้เลือกอย่างมากมาย ตัวอย่างกลุ่มเป้าหมายแบ่งตามช่องทางต่างๆ จะเป็นดังนี้
Facebook ทดแทน community จะเน้นไปที่กลุ่มครอบครัว ไลฟ์สไตล์ต่างๆ สามารถทำ Look a like ระบุเจาะจงกลุ่มเป้าหมายในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดี มีการรายงานแบบเรียลไทม์ให้ติดตาม
Twitter ทดแทนข่าว จะเน้นไปที่กลุ่มวัยเรียนจนถึงวัยทำงาน อายุประมาณ 14-28 ปี เป็นต้น โดยจะเน้นไปที่ความชอบส่วนบุคคลเป็นส่วนใหญ่ อย่างเช่นผู้คนที่ติดตามดารานักร้องเกาหลี เป็นต้น
Instagram ทดแทนภาพลักษณ์ magazine เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่ไว้ใช้โพสต์รูปภาพต่างๆ จึงเป็นศูนย์รวมของทุกเพศทุกวัย
เมื่อกำหนดรายละเอียดข้างต้นได้แล้ว ก็ถึงเวลาเลือกช่องทาง โดยเราจะต้องสังเกตว่าแต่ละช่องทางมีอะไรที่โดดเด่น ตัวอย่างเช่น
Facebook ก็เหมาะที่จะเป็นการโพสต์ประชาสัมพันธ์ บทความจูงใจ พร้อมทั้งรูปภาพประกอบสวยๆ 1 – 4 รูป
Twitter เนื่องจากเป็นช่องทางที่จำกัดจำนวนคำในการโพสต์ และเป็นแอปพลิเคชันที่เน้นการใช้แฮชแท็ก (#) ในการประชาสัมพันธ์สื่อสาร และโฆษณาต่างๆ ก็ควรที่จะนำตรงนี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์ อาจจะเป็นการสร้างแคปชั่นโดนใจพร้อมรูปภาพไม่เกิน 4 รูปให้ผู้คนได้มีส่วนร่วม
Instagram นอกจากการโพสต์รูปบนไทม์ไลน์แล้ว Story IG ก็เป็นอีกส่วนที่โดดเด่น และสามารถทำ Ads ได้เช่นกัน บอกเลยว่าเป็นช่องทางที่วัยรุ่นส่วนใหญ่ใช้ในปัจจุบันเลยทีเดียว รูปภาพสวยๆ หรือคลิปวิดิโอไม่เกิน 15 วินาที ก็เหมาะที่จะลงในช่องทางนี้
ลงมือทำและตรวจสอบผลลัพธ์ เมื่อทำการกำหนดสิ่งต่างๆ ได้แล้ว ก็ถึงเวลาลงมือทำ โดยต้องอย่าลืมที่จะกำหนดเวลาไว้ด้วยเป็นการตรวจสอบความคืบหน้า ซึ่งการทำการตลาดนี้ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการสื่อสารนั้นๆ แน่นอนการตรวจสอบผลลัพธ์และทำการรายงานในท้ายที่สุด ก็เป็นส่วนที่จะทำให้เราประเมินได้ว่าการสื่อสารครั้งนี้สำเร็จหรือไม่อีกด้วย

.
Brand Communication Agency
Branding & Communication full service
Line: @brandcommunication
Email: info@brandcom.co.th